เมื่อ...

posted on 13 Oct 2015 01:05 by qeknoi directory Diary

23/09/2015

 

สวัสดี ยินดีต้อนรัก :)

 
 
 
 
 
ศึกษาดูงาน ณ รัฐสภาและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
 
 
08.00 น.              นักศึกษาพร้อมกันที่ลานอนุเสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง
08.30 น.              ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก
09.30 น.              เดินทางถึงรัฐสภา
09.30 - 10.30 น.  เข้าพบและรับฟังบรรยายเรื่องกระบวนการนิติบัญญัติ
10.30 - 11.00 น.  สังเกตการณ์การอภิปรายของสนช.และสปช.
11.00 - 12.00 น.  เข้าศึกษาดูงานสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา
12.00 - 13.30 น.  รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
14.00 - 16.00 น.  เข้าศึกษาดูงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
16.30 น.              เดินทางกลับมหาวิทยาลัยรามคำแหง
 
             
บรรยากาศบนรถตอนเช้าก่อนออกเดินทาง
 
ระหว่างเดินทางมีขนมปังแจกบนรถ+น้ำเปล่าถ่ายรูปในรถด้วยทำให้บรรยากาศในรถ
เชื่อมคนบนรถให้เป็นกันเองได้ระดับนึงเลย ต้องพยายามหาวิวไกลๆมอง
เพราะเมารถอย่างแรง    พอมาถึงแถบๆแยกยมราชก็ใจชื้นขึ้นมาเพราะ
ตอนเด็กได้ผ่านแถวนี้ รถติดอยู่ตรงนี้เกือบทุกๆวันอาทิตย์ มาถึงพระบรมรูปทรงม้าก็ตื่นเต้น  
ใกล้ถึงแล้ว..  ใกล้แล้ว..
รถหยุดจอดอยู่ตรงข้างๆเขาดิน  
คิดถึงจังเลยเด็กๆก็มาบ่อยเหมือนกัน (แต่ไม่เคยรู้เลยว่ารัฐสภาอยู่ข้างๆนี่เอง) 
 
ถึงแล้วก็เดินไปเพื่อฟังบรรยายโดยวิทยากร
 
ได้รับความรู้เพิ่มเติมด้วยวิดิทัศน์บรรยาย
ที่สรุปมาอย่างเข้าใจได้ง่ายได้มีโอกาส
สักถามข้อสงสัยที่เกิดขึ้นได้รับคำตอบ
และข้อแนะนำข้อมูลนั้นเป็นประโยชน์
ความรู้สึกตื่นเต้นทุกๆนาทีเลยก็ว่าได้
 
บรรยากาศภายในห้องก่อน-หลังฟังบรรยาย
 
หลังจากนั้นท่านอธิการบดีก็ได้มาพบพวกเรา
พูดคุย และให้คำแนะนำเล่ากล่าวข่าวสารอยู่
เป็นเวลาหนึ่ง  ความรู้สึกของหลายๆคนคงจะ
รู้สึกเหมือนๆกันว่ารู้สึกอบอุ่นใจที่ได้มาถึงที่นี่
แล้ว.. ได้พบท่านเหมือนเจอญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ :)
 
 
บรรยากาศภายในห้อง
 
 
และเมื่อจะถึงเวลาไปเข้าร่วมเฝ้าสังเกตการณ์ภายในสภาแล้ว
พวกเราก็ได้ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก
 
 
 
จากนั้นก็ได้เข้าไปนั่งร่วมฟังอภิปรายข้างใน    ของจริง
อาจจะฟังดูเกินจริงไปแต่ขาสั่น ใจเต้นไม่เป็นตัวเองเลย
ฮ่าๆ เวลาในการฟังคือ15นาทีถ้าจำไม่ผิด แต่ทุกคนพูด
 
เป็นเสียงเดียวกันว่า เหมือน 5 วินาที 5555 
... ก่อนกลับก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกที่ข้างหน้า
มีเวลาอยู่แว้บนึง เลยวาร์ปไปซื้อเสื้อที่ร้านของฝาก 
ดีใจ 
 
ทุกคนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกพร้อมป้ายโครงการ 
 
 
ออกเดินทางเพื่อจะไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ที่หลักสี่ แจ้งวัฒนะ พวกเรารับประทานอาหารบนรถ
ถึงจะกลัวข้าวหกอยู่บ้างแต่ก็ทำให้นึกถึงตอนไปทัศนศึกษา
สมัยยังอยู่มัธยมต้นๆ ขอบคุณที่ใส่ใจเรื่องอาหาร ของว่าง ขนมต่างๆให้พวกเรานะคะ (^___^)
 
เมื่อเดินทางมาถึงและถ่ายรูปที่ข้างหน้าสำนักงานศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย (กกต.)
 
 
ที่นี่บรรยากาศเป็นกันเองมากตั้งแต่ได้ทำความรู้จัก
กันที่ห้องแรก   พวกเราได้เจอรุ่นพี่จากรามคำแหง
เพราะเขาจบมาจากรามฯ ความรู้สึกที่ติดมาจากที่นี่
จนถึงกลับบ้านแล้วมาเล่าให้ครอบครัวฟัง คือ..
อุ่นใจ :)  เหมือนไม่ว่าจะไปที่ไหนๆก็จะเจอสถาบัน
เดียวกันและสามารถคุยกันได้ทั้งหมด ก่อนหน้านี้
ก็เคยได้เจอโดยบังเอิญ .
 
บรรยากาศตอนทำPre-Test (ขอบคุณภาพจากFACEBOOKสำหนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง)
 
 
บรรยากาศระหว่างนับคะแนนการเลือกตั้ง
 
 
เราได้ทำความรู้จัก ฟังความรู้เบื้องต้นอยู่สักพัก
ทำแบบทดสอบPre-Test เพื่อวัดระดับ สนุกสนาน
ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนที่ให้ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมไปเรื่อยๆ
เริ่มจาก ชมวิดิทัศน์เรื่องประชาธิปไตย > เข้าห้องตามสีปากกาจากตอนแรก
 ได้แก่.. ห้องอำนาจอธิปไตย,พรรคการเมือง,การมีส่วนร่วมของประชาชน,ขั้นตอนการเลือกตั้ง
เมื่อครบทั้ง4ห้องแล้วถัดมาเป็น
> ห้องจำลองการเลือกตั้ง มีให้ทดลองหาเสียง/เข้าคูหา และนับคะแนน
> แล้วก็มาถึงห้องสุดท้ายเป็นสภาจำลอง
เรียกได้ว่าครึกครื้น55555 มีการโต้เถียงกัน ได้นั่งในตำแหน่งที่ทุกคนเลือกเอง
สมจริง มีแต่เสียงหัวเราะ
ยืนยันได้จากคลิปวิดิโอนี้ 
 
 
ภาพพาโนราม่าในห้องสภาจำลอง
 
"สถานที่นี้เหมาะสำหรับที่จะมาศึกษาเรื่องของประชาธิปไตย
หรือกฎกติกา ขั้นตอนการเลือกตั้ง และสาระต่างๆ
การทำกิจกรรมนั้นดูเผินๆเหมือนจะทำไปเรื่อยๆไม่ได้คิดอะไร
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัว บอกได้เลยว่าทุกๆอย่างที่ได้พูด
ได้ลงมือทำถูกซึมซับไปโดยปริยาย
ผ่านกิจกรรมเหล่านี้จากทางศูนย์ศึกษาประชาธิปไตยแห่งนี้
พวกเราได้รับการดูแลและให้ความรู้เป็นอย่างดี
ทุกคนเป็นกันเอง จึงทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนเจอครอบครัว
ไม่มีช่องว่างระหว่างกัน การจัดเรียงห้องต่างๆถูกจัดวาง
ได้ออกมาเป็นขั้นตอนและเข้าใจง่ายไม่สับสน"
 
ความฝันเป็นจริงแล้ว :)
 
 
 
 
 
วันนี้ทั้งวันมีแต่สิ่งดีๆมีแต่ความสุข สนุกสนานก็จริงแต่ได้รับความรู้และสาระสำคัญมากมาย
ในใจไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาทำอะไรแบบนี้
จนกระทั่งอาจารย์พูดถึงโครงการนี้ขึ้นมาก็รู็สึกตื่นเต้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินแล้ว
ไม่ลังเลที่จะลงชื่อทางเฟสบุคในเย็นวันนั้นเลย 
ตั้งแต่รู้ตัวว่าชอบเรียนด้านนี้ นี่ก็เป็นความใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากจะมา อยากได้ทำ อยากได้รู้
ทุกสิ่งในวันนี้ไม่ใช่แค่ความฝันหรือที่คุยเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนอีกแล้ว ได้มาจริงๆ..
ขอบคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสนะคะ ตลอดการเดินทางนี้ได้รับการดูแลเอาใจใส่ดีมาก
ตั้งแต่ที่อาจารย์อยากจะพาพวกเราไปให้ได้ครบทั้งหมดโดยที่ไม่ตัดใครออกเลย
ตั้งแต่จัดหาอาหาร รถเดินทาง ความปลอดภัย ติดต่อ และทุกๆอย่าง
___________________________
 
ขอบคุณผู้ร่วมเดินทางทุกคน อาจารย์และพี่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดูแลพวกเราอย่างดี
จนพวกเราได้อะไรกลับมามากมาย ปลอดภัย สุขใจ
ได้ประสบการณ์ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ข้อมูลสำหรับบุคคลสนใจ
Facebook: ศูนย์ศึกษาประชาธิปไตย
โทร 0-2141-8958-62 โทรสาร 0-2143-8511
Website: http://www.ect.go.th/
และ
 
 

edit @ 13 Oct 2015 00:53:04 by Ratimars

ครูสร้างคน.. คนสร้างโลก

posted on 16 Jun 2013 02:41 by qeknoi directory Knowledge, Diary, Idea
 
เนื่องในโอกาสวันไหว้ครูของโรงเรียนที่เพิ่งผ่านมา.. ในวิชาภาษาไทย
ได้จัดให้มีการพูดสุนทรพจน์หัวข้อเรื่อง "ครูสร้างคน.. คนสร้างโลก"
ฉันเลยอยากจะนำมาบันทึกในบล็อคของตัวเองบ้าง เป็นอีก 1 แนวคิดที่ได้ระบายลงในงานดินสอกดสมุดเล่มเล็ก :)
 

.. ครูสร้างคน คนสร้างโลก .. 

    

       ตามความเชื่อแล้วมนุษย์เรานั้นกำเนิดจาก บิดามารดา โลกก็เช่นกันได้ถูกขึ้นชื่อว่า พระเจ้า.. เป็นผู้สร้าง แล้วทำไมครูถึงสร้างคน? และทำไมโลกถึงต้องถูกคนสร้าง?

       ดิฉัน.. อาจไม่ใช่บุคคลที่ให้ความหมายของสุนทรพจน์ครั้งนี้ได้ดีเท่าไหร่นัก ดิฉันเชื่อ.. ว่าความคิดของคนเราต่างกันหลากคนหลากมุมมองดิฉันเองก็มีมุมมองเป็นของดิฉันเอง ถ้าครูสร้างคน.. คงเป็นคนที่คอยพร่ำสอนและคอยให้สิ่งดีๆอยู่เสมอแล้วคนสร้างโลกล่ะ?

จากการปลูกฝังของใครสักคนหรือหลายคนหล่อหลอมให้เขาผู้นั้นได้มีตัวแปรสำคัญของสังคม ใครสักคน..คนนั้นคือชื่อสุนทรพจน์ครั้งนี้ ใครคนนั้นอาจยืนอยู่ข้างดิฉัน ณ.ตอนนี้หรือกำลังฟังสุนทรพจน์ของดิฉันอยู่ก็เป็นได้ ใครคนนั้น..ก็คือครูคนนี้ “ครูผู้สร้างคน” ครูผู้สร้างดิฉัน ดิฉันถูกหล่อหลอมและปลูกฝังจนได้รับสิ่งดีๆและทุกวันนี้เองครูนั้นได้ให้คติที่จะทำให้เราไม่ประมาทกับกระแสของสังคมที่ว่า..  

ใช้ชีวิตอย่างมีสติ นึกคิดก่อนทำ จดจำแต่สิ่งดีๆ มีคุณธรรมนำความรู้

เชิดชูคนถูกต้อง แก้ข้อบกพร่องของตน สนใจใฝ่ศึกษา

สรรหาประโยชน์ รู้คุณโทษทุกสรรพสิ่ง

ไม่วิ่งตามกระแส   และอีกมากมายนับไม่ถ้วน 

       โดยสรุปแล้ว “ครูสร้างคน คนสร้างโลก” ในมุมมองของดิฉันคือ.. คน ๑ คนที่สร้าง ๑ คนเพื่อให้อีก ๑ คนสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่เรียกว่า “โลก” โลกที่ถูกขนานนามว่าสังคม..แล้วความหมายของ “ครูสร้างคน คนสร้างโลก” ในมุมมองของคุณๆล่ะ! คืออะไร?